แจกฟรี 4 เทคนิค ‘หาลูกค้าใหม่’ สำหรับธุรกิจที่เปิดมานาน

หาลูกค้าใหม่เทคนิคแจกฟรี

แจกฟรี 4 เทคนิค ‘หาลูกค้าใหม่’ สำหรับธุรกิจที่เปิดมานาน

เจ้าของธุรกิจห้ามเลื่อนผ่าน แวะอ่านก่อน
แจกฟรี  4 เทคนิค ‘หาลูกค้าใหม่’ 2025 นี้ยังไปกันต่อได้แน่นอน เชื่อว่าหลายคนพูดถึงเรื่องเศรษฐกิจในปี 2025 นี้ว่าค่อนข้างเงียบ ด้วยธุรกิจที่เปิดใหม่เยอะ ร้านที่เปิดมานานอาจจะถูกปันใจให้กับร้านใหม่ ๆ วันนี้เลยอยากมาแชร์ 4 เทคนิค ที่ช่วยปรับภาพลักษณ์เจาะกลุ่มลูกค้าใหม่ที่อาจจะเคยมองข้ามไปมาบอกกัน ไม่ว่าจะร้านใหม่หรือร้านที่เปิดมานานจนกลายเป็นตำนาน ก็สามารถเอาเทคนิคนี้ไปปรับใช้ได้เลย

1. Rebranding เปลี่ยนภาพลักษณ์ของตัวเองให้สดใหม่ แต่ต้องไม่ทิ้งตัวตนของตัวเอง

Rebranding เปลี่ยนภาพลักษณ์ของตัวเองให้สดใหม่ แต่ต้องไม่ทิ้งตัวตนของตัวเอง

การปรับภาพลักษณ์ Branding ทำได้ไม่ยาก เริ่มจากการรู้จักกับลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการ เพราะถ้าเราเห็นข้อมูลทั้งหมดแล้วก็เห็น #NewTarget ที่คุณเองกำลังมองหาและเจาะให้เขาเข้ามาใช้บริการมากขึ้น เพราะบางทีแค่ลูกค้าประจำลูกค้าเดิมอาจจะไม่เพียงพอ เริ่มต้นได้ง่ายมากสำหรับเปลี่ยนตัวเองให้สดใหม่ ไม่ทิ้งตัวตน และยังได้พบกับลูกค้าใหม่อีกด้วย

รู้จักกับข้อมูล CRM Data → มองหากลุ่มลูกค้าลูกค้าใหม่ หรือ กลุ่มที่เป็นขาจรแต่มีการกลับมาใช้บริการบ้าง ซึ่งอาจจะไม่ใช่กลุ่มที่ถูกแบ่งผ่านอายุเพียงอย่างเดียว แต่เสริมในเรื่องของ Interest หรือ Behavior ให้แบ่งกลุ่มได้ชัดขึ้น

– Interest & Insight จากข้อมูลนำมาวิเคราะห์ → เพื่อปรับเปลี่ยนภาพลักษณ์ → ให้เหมาะกับทั้งกลุ่มลูกค้าเดิม และ กลุ่มลูกค้าใหม่ที่กำลังจะเจาะตลาดเข้าไป

– เปลี่ยนยังไงให้คนยังจำได้ ? นั่นคือไม่ทิ้งตัวตน ทั้งในเรื่องของคุณภาพของสินค้าหรือบริการ หรือสิ่งที่ทำให้คนประทับใจ ยังคงควรไว้แต่ปรับ ภาพลักษณ์และการสื่อสารให้สดใหม่ → เข้าใจกลุ่มเป้าหมาย แต่ไม่ทิ้งตัวตนของตัวเอง ✨

Rebranding | รวบรวม CRM Data → วิเคราะห์ Insight & Interest → ปรับเปลี่ยนภาพลักษณ์และการสื่อสาร

2. Collect Data & Segmentation รู้จักลูกค้าให้ลึกขึ้นไปอีกขั้น

Collect Data & Segmentation

ทุกวันนี้แค่รู้จักลูกค้าแบบกว้าง ๆ ไม่พออีกแล้ว เพราะพฤติกรรมของลูกค้าเปลี่ยนไวแบบนาทีต่อนาที ต้องรู้ให้ลึก รู้จริง และเข้าใจว่าเขาต้องการอะไรจริง ๆ

– เริ่มต้นจากการเก็บข้อมูลให้ครบจากทุกช่องทาง ไม่ว่าจะเป็นหน้าร้าน / เว็บไซต์ / Social / Chat / หรือระบบ CRM ที่มีอยู่

– พอข้อมูลครบแล้ว ต้องเอามาใช้ให้เกิดประโยชน์ → วิเคราะห์แล้วแบ่งกลุ่มลูกค้าให้ชัด ว่ากลุ่มไหนคือ “ลูกค้าใหม่ที่กำลังสนใจเรา” กลุ่มไหนคือ “ลูกค้าปัจจุบันที่เราต้องรักษาไว้ให้ดี”

– เมื่อรู้จักเขาแบบเจาะลึก → การทำการตลาดแบบ Personalize จะทำได้แม่นขึ้น สื่อสารได้ตรงจุด ไม่รบกวน และลูกค้ารู้สึกว่า “แบรนด์เข้าใจเขาจริง ๆ”

เทคนิคนี้ช่วยให้คุณพูดกับลูกค้าได้อย่างถูกที่ถูกเวลา และยังต่อยอดแผนการตลาดในอนาคตได้แบบแม่น ๆ อีกด้วย

3. Create New Product สินค้าใหม่ที่ถูกพัฒนามาจาก Insight ของลูกค้าคนสำคัญ

Create New Product

นอกจากภาพลักษณ์ใหม่ การพัฒนาสินค้าใหม่✨
จาก Data สินค้าชิ้นไหนได้รับความสนใจมากน้อยแค่ไหน หรือสินค้าไหนมีจุดบกพร่องยังไง ช่วยให้เราสามารถ Expand Product ออกมาได้ดี และกลุ่มลูกค้าให้ความสนใจแน่นอน

วิเคราะห์ข้อมูลของสินค้าทุก SKU วิเคราะห์แบบไหนดี

1. แบ่งกลุ่มสินค้า Top Seller & Low Performer ตามช่วงเวลา

→ สินค้าขายดีประจำวัน / สินค้าขายดีประจำสัปดาห์ / สินค้าขายดีประจำเดือน

2. ลูกค้าท่านไหนให้ความสนใจกับสินค้าชิ้นไหนเป็นพิเศษ
→ ลูกค้าให้ความสนใจกับสินค้า Low Performer อาจจะเป็นอีกกลุ่มที่ควรให้ความสนใจหรือเปล่า? หรือควรพัฒนาเพิ่มเพื่อให้สินค้าตอบโจทย์ทุกกลุ่ม

3. มองให้ลึกจะเห็น Trend ที่ถูกซ่อนอยู่ในยอดขาย
→ การมองย้อนหลังในช่วงที่ยอดขายยังอยู่ในระดับปกติ ลองดูว่าสินค้าตัวไหนเริ่มได้รับความสนใจมากขึ้นกว่าปกติ หรือในทางกลับกัน มีสินค้าตัวไหนที่ยอดเริ่มดรอปลงแบบเห็นได้ชัดหรือเปล่า เพราะทั้งสองอย่างนี้สามารถนำไปต่อยอดเป็นสินค้าใหม่ หรือย้อนกลับมาดูว่าสินค้าขายดีที่เริ่มแผ่ว มีอะไรที่ต้องปรับปรุงไหม

4. Community Connection

Community Connection

ต้องบอกเลยว่าลูกค้าส่วนใหญ่ในปัจจุบัน ให้ความสำคัญกับเรื่องของประสบการณ์ที่เกิดร่วมกันมากยิ่งขึ้น ถ้าเห็นว่าบางแบรนด์เองมักมีกิจกรรมที่ให้ลูกค้าเองได้ทำด้วยกัน ซึ่งก็เหมือนกับการทำให้เกิด ‘Connection → Transaction’ ได้นั่นเอง เพราะกลุ่มเป้าหมายที่ผูกพันธ์กับ Community จะกลายเป็นลูกค้าประจำระยาว

3 กลยุทธ์ที่สร้าง Community ให้มีพลังกับกลุ่มเป้าหมายใหม่ ๆ

1.  Online & Offline Community
เชื่อต่อกลุ่มเป้าหมายกับธุรกิจของคุณ ในพื้นที่ที่เขาอยากอยู่ ไม่บังคับให้อยู่ พูดคุยเหมือนกับเป็นเพื่อนมากกว่าคนขายของกับคนซื้อของ เพื่อสร้างความสบายใจ ตัวอย่างง่าย ๆ

Online → การสร้างกลุ่มสำหรับลูกค้าใหม่ → เปิดพรีออร์เดอร์สินค้าในกลุ่มก่อนใคร

Offline → นัดรวมตัวสำหรับ Event วันครอบรอบสำหรับลูกค้าโดยเฉพาะ → มีกิจกรรมพิเศษ สินค้าพิเศษภายในอีเวนต์

2. Friend Referral
สร้างความประทับใจจนเกิดการ ‘คำพูดที่บอกปากต่อปาก’ และสร้างแคมเปญที่ช่วยดึงดูดในการแนะนำเพื่อนอย่างเช่น

→ ให้สิทธิ์พิเศษกับทั้ง เพื่อนที่ชวน และ เพื่อนที่ถูกชวน หรือ อาจทำแคมเปญชวนเพื่อนครบกี่คนรับสิทธิพิเศษ

→ สามารถใช้ CRM เก็บข้อมูล Referral → สร้าง Segment “ผู้มีอิทธิพล”

3. Workshop
เป็นกิจกรรมที่ดีมากสำหรับการสร้าง Community เพราะโดยปกติมนุษย์พอได้ทำกิจกรรมร่วมกันมักเกิดความสัมพันธ์ที่ดี และช่วยสร้างคอมมูที่ดีออกมาได้ ทั้งยังสร้างความใกล้ชิดระหว่างลูกค้ากับแบรนด์มากยิ่งขึ้นอีกด้วย

→ การแชร์ความรู้ ให้ลูกค้าได้ลองลงมือทำจริง → ได้ของที่ทำเองติดไม้ติดมือกลับไปด้วย

แต่สิ่งที่ได้มากกว่านั้นคือการเห็นความตั้งใจของแบรนด์และรู้สึกผูกพันธ์มากขึ้นได้นั่นเอง

สุดท้ายแล้วไม่ว่าธุรกิจของคุณจะอยู่ในช่วงไหนก็ตาม การมองหาอะไรใหม่ ๆ โอกาสใหม่ ๆ นั้นเป็นเรื่องที่ดีมากอยู่แล้ว และการมีเครื่องมือดี ๆ ที่ช่วยซัพพอร์ตในการทำงานอย่าง ChocoCRM ช่วยตอบโจทย์ในการปรับภาพลักษณ์สร้างความประทับใจกับกลุ่มเป้าหมายใหม่ได้เป็นอย่างดีแน่นอน

Kanisorn Tangsiri

Posted: ธันวาคม 20, 2025

บทความอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง