ChocoCRM และ ChocoPOS ได้รับการรับรอง Thailand Digital Catalog และ dSURE Software จาก depa
การเลือกระบบ CRM หรือระบบ POS สำหรับธุรกิจ ไม่ควรพิจารณาเพียงจำนวนฟังก์ชัน ราคาแพ็กเกจ หรือความสะดวกในการใช้งานเท่านั้น แต่ควรพิจารณาถึงความน่าเชื่อถือของผู้พัฒนาระบบ กระบวนการพัฒนาซอฟต์แวร์ การให้บริการหลังการขาย และมาตรฐานที่ผลิตภัณฑ์ได้รับการรับรองประกอบกันด้วย
ล่าสุด ChocoCRM และ Choco POS โดยบริษัท ช็อคโก้ คาร์ด เอ็นเตอร์ไพรส์ จำกัด ได้รับใบรับรองว่าเป็นไปตามข้อกำหนดของ Thailand Digital Catalog และ dSURE Software จากสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล หรือ depa โดยใบรับรองมีผลตั้งแต่วันที่ 30 มิถุนายน 2569 ถึงวันที่ 29 มิถุนายน 2570
การได้รับใบรับรองครั้งนี้ถือเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของ ChocoCRM ในการพัฒนาโซลูชันดิจิทัลสำหรับธุรกิจไทย ไม่ว่าจะเป็นระบบบริหารความสัมพันธ์ลูกค้า ระบบสมาชิก ระบบสะสมแต้ม หรือระบบจัดการการขายหน้าร้าน เพื่อให้ธุรกิจสามารถนำข้อมูลไปใช้สร้างประสบการณ์ที่ดีให้กับลูกค้าและบริหารการดำเนินงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
Thailand Digital Catalog คืออะไร
Thailand Digital Catalog หรือ บัญชีบริการดิจิทัล เป็นกลไกที่จัดทำขึ้นโดยสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล หรือ depa เพื่อส่งเสริมการนำสินค้าและบริการดิจิทัลจากผู้ประกอบการไทยมาใช้งานในวงกว้าง รวมถึงช่วยยกระดับผลิตภัณฑ์ดิจิทัลไทยให้มีมาตรฐานที่น่าเชื่อถือและสามารถแข่งขันได้
การขึ้นทะเบียนใน Thailand Digital Catalog ช่วยให้หน่วยงานและภาคธุรกิจสามารถตรวจสอบข้อมูลเบื้องต้นของผลิตภัณฑ์ดิจิทัล ผู้พัฒนา และมาตรฐานที่เกี่ยวข้องก่อนตัดสินใจเลือกใช้บริการ ลดการพิจารณาจากข้อความโฆษณาของผู้ให้บริการเพียงอย่างเดียว สำหรับธุรกิจที่กำลังมองหาระบบ CRM, ระบบสมาชิก หรือระบบ POS การตรวจสอบว่าผลิตภัณฑ์อยู่ภายใต้กลไกหรือมาตรฐานใด จึงเป็นหนึ่งในขั้นตอนที่ช่วยเพิ่มความมั่นใจในการเลือกใช้ซอฟต์แวร์
dSURE Software คืออะไร และสำคัญอย่างไร
dSURE เป็นกลไกที่สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัลใช้เพื่อส่งเสริมมาตรฐานและสร้างความเชื่อมั่นต่อผลิตภัณฑ์ดิจิทัล โดยการพิจารณาผลิตภัณฑ์จะเกี่ยวข้องกับคุณสมบัติและมาตรฐานตามประเภทของผลิตภัณฑ์นั้น ๆ
สำหรับซอฟต์แวร์ การได้รับการรับรองตามข้อกำหนด dSURE Software ช่วยให้ผู้ใช้งานมีข้อมูลจากหน่วยงานภายนอกมาประกอบการประเมินผลิตภัณฑ์ ไม่ว่าจะเป็นข้อมูลเกี่ยวกับผู้พัฒนา ความสามารถในการทำงานของระบบ และข้อกำหนดที่เกี่ยวข้องกับมาตรฐานซอฟต์แวร์
อย่างไรก็ตาม ใบรับรองของ Choco CRM และ Choco POS ที่นำมาใช้ในบทความนี้ไม่ได้ระบุระดับดาวของ dSURE อย่างชัดเจน จึงควรสื่อสารว่า ผลิตภัณฑ์ได้รับการรับรองว่าเป็นไปตามข้อกำหนดของ Thailand Digital Catalog และ dSURE Software โดยไม่ควรระบุว่าได้รับการรับรองระดับหนึ่งดาว สองดาว หรือสามดาว หากไม่มีเอกสารเพิ่มเติมยืนยัน
การสื่อสารตามข้อมูลที่ปรากฏในเอกสารโดยตรง จะช่วยรักษาความน่าเชื่อถือของแบรนด์และลดความเสี่ยงจากการกล่าวอ้างเกินจริง
Choco CRM ได้รับการรับรอง Thailand Digital Catalog และ dSURE Software
Choco CRM คือ ระบบบริหารความสัมพันธ์ลูกค้า หรือ Customer Relationship Management ที่ช่วยให้ธุรกิจสามารถเก็บและจัดการข้อมูลสมาชิก ประวัติการซื้อ การสะสมแต้ม การแลกของรางวัล คูปอง แพ็กเกจ และระดับสมาชิก เพื่อนำข้อมูลไปต่อยอดเป็นแคมเปญการตลาดที่เหมาะสมกับลูกค้าแต่ละกลุ่ม
ระบบ CRM ไม่ได้มีหน้าที่เพียงบันทึกชื่อ เบอร์โทรศัพท์ หรือข้อมูลการติดต่อของลูกค้า แต่ช่วยให้ธุรกิจมองเห็นความสัมพันธ์ระหว่างลูกค้ากับแบรนด์ได้ชัดเจนขึ้น เช่น ลูกค้าคนใดซื้อสินค้าบ่อย ลูกค้ากลุ่มใดมียอดใช้จ่ายสูง ลูกค้าคนใดเริ่มหายไป หรือกลุ่มใดมีโอกาสกลับมาซื้อซ้ำ เมื่อข้อมูลลูกค้าถูกจัดเก็บอย่างเป็นระบบ ธุรกิจสามารถนำข้อมูลไปวิเคราะห์ แบ่งกลุ่มลูกค้า และออกแบบ Loyalty Program หรือ Personalized Marketing ได้แม่นยำกว่าการส่งโปรโมชั่นแบบเดียวกันให้ลูกค้าทุกคน
Choco CRM รองรับการใช้งานด้านระบบสมาชิกออนไลน์ ระบบสะสมแต้ม การแลกของรางวัล การจัดการระดับสมาชิก การสร้างคูปอง และการนำข้อมูลสมาชิกไปใช้ต่อยอดด้านการตลาด ช่วยให้ธุรกิจสร้างความสัมพันธ์ระยะยาวกับลูกค้าได้อย่างเป็นระบบมากขึ้น
Choco POS ได้รับการรับรอง Thailand Digital Catalog และ dSURE Software
นอกจาก Choco CRM แล้ว ผลิตภัณฑ์ Choco POS ยังได้รับใบรับรองในชุดเดียวกัน โดยระบบ POS หรือ Point of Sale เป็นระบบที่ช่วยจัดการกระบวนการขายหน้าร้าน ตั้งแต่การรับออเดอร์ การคิดเงิน การบันทึกยอดขาย ไปจนถึงการจัดการข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงานของร้าน
สำหรับธุรกิจร้านอาหาร คาเฟ่ และธุรกิจค้าปลีก ระบบ POS สามารถช่วยลดขั้นตอนการทำงานซ้ำ เพิ่มความแม่นยำในการรับออเดอร์ และช่วยให้ผู้ประกอบการติดตามข้อมูลยอดขายได้อย่างเป็นระบบมากขึ้น ประโยชน์ที่สำคัญของการใช้ระบบ POS ร่วมกับ CRM คือ ธุรกิจสามารถเชื่อมโยงข้อมูลการขายกับข้อมูลสมาชิกได้ ทำให้ยอดขายที่เกิดขึ้นไม่ได้จบเพียงการออกใบเสร็จ แต่สามารถนำประวัติการซื้อไปวิเคราะห์พฤติกรรมลูกค้า วางแผนโปรโมชั่น และสร้างแคมเปญกระตุ้นการซื้อซ้ำในอนาคต
ตัวอย่างเช่น ธุรกิจอาจค้นพบว่าลูกค้าบางกลุ่มซื้อสินค้าเฉพาะช่วงวันหยุด ลูกค้าบางกลุ่มซื้อเมนูเดิมเป็นประจำ หรือสมาชิกบางรายเคยมียอดใช้จ่ายสูงแต่ไม่ได้กลับมาใช้บริการเป็นเวลานาน ข้อมูลเหล่านี้สามารถนำไปใช้วางแผนการตลาดได้ดีกว่าการมองเพียงยอดขายรวมของแต่ละวัน
ใบรับรองนี้มีความหมายอย่างไรต่อธุรกิจที่กำลังเลือกระบบ CRM หรือ POS
ใบรับรองไม่ควรถูกมองเป็นเพียงตราสัญลักษณ์สำหรับใช้ประชาสัมพันธ์เท่านั้น แต่สามารถใช้เป็นหนึ่งในข้อมูลประกอบการประเมินความน่าเชื่อถือของผู้ให้บริการซอฟต์แวร์ได้ สำหรับธุรกิจที่ต้องเก็บข้อมูลสมาชิก ประวัติการซื้อ ยอดใช้จ่าย หรือข้อมูลการทำรายการ การเลือกผู้ให้บริการที่สามารถแสดงข้อมูลบริษัท ผลิตภัณฑ์ มาตรฐาน และช่วงเวลาของการรับรองได้อย่างชัดเจน จะช่วยให้กระบวนการพิจารณาระบบมีความโปร่งใสมากขึ้น
ประโยชน์ของการตรวจสอบใบรับรองและมาตรฐานก่อนเลือกระบบ ได้แก่
- มีข้อมูลจากหน่วยงานภายนอกประกอบการตัดสินใจ
- สามารถตรวจสอบชื่อผลิตภัณฑ์และบริษัทผู้ให้บริการได้
- ลดการพิจารณาจากราคาและคำโฆษณาเพียงอย่างเดียว
- เพิ่มความมั่นใจเมื่อต้องนำระบบไปใช้กับข้อมูลลูกค้าและข้อมูลการขาย
- ใช้ประกอบการประเมินผู้ให้บริการสำหรับองค์กรหรือธุรกิจหลายสาขา
ก่อนเลือกระบบ CRM และ POS ธุรกิจควรตรวจสอบอะไรบ้าง
แม้การรับรองมาตรฐานจะเป็นปัจจัยสำคัญ แต่ระบบที่เหมาะสมที่สุดต้องสอดคล้องกับลักษณะการดำเนินงานของแต่ละธุรกิจ ผู้ประกอบการจึงควรพิจารณาประเด็นต่อไปนี้ร่วมกัน
1. ฟังก์ชันของระบบตรงกับเป้าหมายธุรกิจ หรือไม่
ธุรกิจควรกำหนดเป้าหมายก่อนว่าต้องการใช้ระบบเพื่อเก็บข้อมูลสมาชิก สะสมแต้ม บริหารยอดขาย ทำแคมเปญ หรือวิเคราะห์ลูกค้า เพราะแต่ละเป้าหมายต้องการฟังก์ชันและรูปแบบข้อมูลที่แตกต่างกัน
2. ระบบรองรับจำนวนสมาชิกและการขยายสาขา หรือไม่
ระบบที่เหมาะกับร้านสาขาเดียวอาจไม่เพียงพอเมื่อธุรกิจขยายเป็นหลายสาขา จึงควรตรวจสอบความสามารถในการรวมข้อมูลจากแต่ละสาขา การกำหนดสิทธิ์พนักงาน และการดูรายงานในภาพรวม
3. ระบบ CRM และ POS เชื่อมต่อข้อมูลกันได้ หรือไม่
การเชื่อมข้อมูลสมาชิกกับข้อมูลการขายช่วยให้ธุรกิจเห็นทั้งตัวตนของลูกค้าและพฤติกรรมการซื้อ ลดปัญหาข้อมูลกระจัดกระจายอยู่หลายระบบ และช่วยให้การวิเคราะห์ลูกค้ามีความต่อเนื่องมากขึ้น
4. มีทีม Training และบริการหลังการขาย หรือไม่
ซอฟต์แวร์ที่มีฟังก์ชันจำนวนมากอาจไม่สร้างผลลัพธ์ หากทีมงานไม่สามารถใช้งานได้จริง ธุรกิจจึงควรตรวจสอบว่าผู้ให้บริการมีทีมติดตั้ง Training และให้คำปรึกษาหลังเริ่มใช้งานหรือไม่
5. มีแนวทางจัดการข้อมูลลูกค้าและ PDPA อย่างไร
ควรพิจารณาการเก็บความยินยอม การกำหนดสิทธิ์เข้าถึงข้อมูล และกระบวนการนำข้อมูลไปใช้สื่อสารการตลาด เพื่อให้การใช้งานข้อมูลสอดคล้องกับนโยบายของธุรกิจและข้อกำหนดที่เกี่ยวข้อง
ChocoCRM เดินหน้าพัฒนาระบบสำหรับธุรกิจไทยอย่างต่อเนื่อง
การที่ Choco CRM และ Choco POS ได้รับใบรับรองตามข้อกำหนด Thailand Digital Catalog และ dSURE Software เป็นอีกหนึ่งหลักฐานที่สะท้อนถึงการเดินหน้าพัฒนาผลิตภัณฑ์ดิจิทัลสำหรับธุรกิจไทย
ChocoCRM มุ่งพัฒนาโซลูชันที่ครอบคลุมตั้งแต่การบริหารสมาชิก การสะสมแต้ม การจัดการยอดขาย การรวบรวมข้อมูลลูกค้า การแบ่งกลุ่มลูกค้า ไปจนถึงการนำข้อมูลไปวางแผนแคมเปญการตลาด เพื่อช่วยให้ธุรกิจเปลี่ยนข้อมูลที่มีอยู่ให้กลายเป็นความสัมพันธ์ระยะยาวกับลูกค้า อีกทั้งการเปิดตัว AI CRM Assistant ของ ChocoCRM บนเวที Marketing Oops! Summit 2026
สำหรับธุรกิจที่กำลังมองหาระบบ CRM ระบบสมาชิก หรือระบบ POS การตรวจสอบใบรับรองเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี แต่ควรนำข้อมูลด้านมาตรฐานมาพิจารณาร่วมกับฟังก์ชัน รูปแบบบริการ ความสามารถในการเชื่อมต่อข้อมูล และการดูแลหลังการขาย เพื่อให้ได้ระบบที่เหมาะกับเป้าหมายของธุรกิจอย่างแท้จริง
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Thailand Digital Catalog และ dSURE Software
Q: Thailand Digital Catalog คืออะไร
A: Thailand Digital Catalog หรือบัญชีบริการดิจิทัล เป็นกลไกของ depa ที่จัดทำขึ้นเพื่อส่งเสริมสินค้าและบริการดิจิทัลจากผู้ประกอบการไทย ให้สามารถนำไปใช้งานได้กว้างขึ้นและมีมาตรฐานที่น่าเชื่อถือ
Q: dSURE Software คืออะไร
A: dSURE เป็นกลไกที่เกี่ยวข้องกับการรับรองและสร้างความเชื่อมั่นต่อผลิตภัณฑ์ดิจิทัล โดยรายละเอียดของข้อกำหนดและการประเมินจะแตกต่างกันตามประเภทของผลิตภัณฑ์
Q: Choco CRM และ Choco POS สามารถใช้งานร่วมกันอย่างไร
A: Choco CRM ใช้สำหรับบริหารสมาชิกและข้อมูลลูกค้า ส่วน Choco POS ใช้จัดการการขายหน้าร้าน เมื่อนำข้อมูลทั้งสองระบบมาใช้ร่วมกัน ธุรกิจจะสามารถเชื่อมโยงข้อมูลการซื้อกับสมาชิก และนำไปวิเคราะห์หรือออกแบบแคมเปญกระตุ้นการซื้อซ้ำได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น