จากข้อมูลสมาชิก สู่การทำ Marketing Automation: กระตุ้นยอดขายด้วยกลยุทธ์การตลาดแบบอัตโนมัติ

CommunicationCustomer SegmentDatabaseMarketing Automation

Marketing Automation ทำไมถึงสำคัญกับธุรกิจของคุณ?

ในยุคปัจจุบัน การทำธุรกิจในแต่ละธุรกิจ ตลาดค่อนข้างมีความหลากหลาย ซึ่งทำให้หลายธุรกิจไม่ได้แข่งขันด้วยราคาอีกต่อไป ไม่ได้วัดว่าใครทำราคาได้ถูกกว่าใคร แต่กำลังแย่งความสนใจของลูกค้ามากกว่า ซึ่งบางธุรกิจหรือบางแบรนด์ สร้างความสนใจผ่านการใช้สินค้าใหม่ มาดึงดูด บริการที่ดีกว่า หรือแม้แต่ โปรโมชั่นพิเศษแทบทุกสัปดาห์ ยิ่งไปกว่านั้นคือ “พฤติกรรมที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว” จากลูกค้าประจำก็สามารถเปลี่ยนไปได้ ถ้าการสื่อสารไม่มีความต่อเนื่อง หรือกลยุทธ์ไม่สามารถดึงดูดความสนใจลูกค้า การสร้างความประทับใจได้ในจังหวะที่ถูกต้อง หรือทำยังไงให้ยังเป็น Top of Mind ของลูกค้าได้อย่างต่อเนื่อง การความ “สนใจ” ในจังหวะที่ถูกต้อง การใช้ #MarketingAutomation ก็เป็นอีกเครื่องมือที่มีความสำคัญกับทุกธุรกิจ

Marketing Automation คืออะไร?

Marketing Automation เป็นเครื่องมือที่ช่วยในการสื่อสารแบบ “อัตโนมัติ” ผ่านการวิเคราะห์ข้อมูลของลูกค้าแต่ละท่าน ไม่ว่าจะเป็น พฤติกรรม หรือ ความชอบต่าง ๆ ด้วยการ Segmentation ตามจุดประสงค์ต่าง ๆ ทำให้สื่อสารออกไปได้อย่างรวดแบบ ถูกคน ถูกที่ ถูกเวลา

5 ประโยชน์ของ Marketing Automation

ประโยชน์_MKT automation

1. ช่วยลดเวลาทำงานทีม ตั้งแคมเปญครั้งเดียว ระบบส่งให้อัตโนมัติ

2. สื่อสารลูกค้าแบบ Personalized ใช้พฤติกรรมลูกค้าเลือกคนให้ข้อเสนอที่ตรงใจ

3. กระตุ้นยอดขาย / ซื้อซ้ำ ส่งข้อความดึงลูกค้าให้กลับมาซื้อบ่อยขึ้น

4. ลดโอกาสที่ลูกค้าจะหายเงียบ ยิงแคมเปญ Win-back หาลูกค้าที่เริ่มหายไป

5. สื่อสารแล้ววัดผลได้ชัดเจน ทุกแคมเปญมีตัวเลขให้ดู เพื่อนำไปปรับใช้ต่อได้ ตั้งวัดผลได้จริง

3 องค์ประกอบหลักของการทำ Marketing Automation

1. Database

เก็บข้อมูลสมาชิก ให้พร้อมก่อนนำไปทำการตลาดแบบอัตโนมัติ ซึ่งสามารถเก็บข้อมูลได้ผ่านหลากหลายช่องทาง ทั้งจากข้อมูลจากระบบสมาชิก และข้อมูลจากร้านค้า เพื่อเตรียมความพร้อมก่อนใช้งานข้อมูลจริง 

ข้อมูลจากระบบสมาชิก CRM 
ชื่อ เบอร์โทร วันเกิด
ประวัติการเข้าใช้บริการ
ความถี่ในการซื้อ
ยอดใช้จ่ายทั้งหมด
ระดับสมาชิก แต้มสะสม สิทธิพิเศษ
ประวัติการใช้คูปองและสิทธิพิเศษ

ข้อมูลจากระบบร้านค้า P0S

ยอดใช้จ่ายรายบิล
ประวัติการซื้อและใช้บริการ (SKU)
สินค้า เมนูที่ซื้อบ่อย / หมวดหมู่ที่นิยม

4 สิ่งที่ธุรกิจควรคำนึง

ก่อนนำข้อมูลที่ถูกเก็บได้จากช่องทางต่าง ๆ ควรเตรียมความพร้อมของข้อมูลก่อนที่จะนำไปใช้งาน 

1.ทำความสะอาดข้อมูลอย่างสม่ำเสมอ
“ข้อมูลที่สะอาด = Customer Segment ที่แม่นยำ” สามารถทำได้ง่าย ๆ ไม่ว่าจะเป็น
– การตรวจข้อมูลที่ซ้ำให้เรียบร้อยและสม่ำเสมอ ในฐานข้อมูลของธุรกิจ
– การเก็บข้อมูลจากทุกช่องทาง ปรับให้ Format ข้อมูลเป็นไปในทิศทางเดียวกัน
– กำหนด Primary Key อย่างเช่น เบอร์โทรเพื่อกรองข้อมูลคนซ้ำ

2.เก็บข้อมูลเท่าที่จำเป็นและใช้จริง  
เก็บน้อย แต่ใช้ได้จริง ดีกว่าเก็บเยอะ แต่ใช้ไม่ได้เลยการเก็บข้อมูลเกินความจำเป็นทำให้เพิ่มความยากและทำให้สุดท้าย อาจทำให้เกิดความรำคาญและไม่สามารถเก็บข้อมูลได้
ในช่วงเริ่มต้นของการทำ Marketing Automation การเก็บข้อมูลอย่างเช่น ชื่อ เบอร์โทร วันเดือนปีเกิด ทำให้สามารถทำ Marketing Automation ได้ง่าย ๆ หรือในกลุ่มที่มีความเฉพาะมากขึ้นสามารถใช้ฟังก์ชันอย่างการ Custom Field เพื่อเก็บข้อมูลด้านความชอบหรือพฤติกรรมได้แบบเจาะจง

3.ทำให้หน้าร้านเป็นที่เก็บข้อมูล
ระบบที่ดีอย่างเดียวคงไม่พอ ถ้าหน้าร้านไม่ช่วยเก็บข้อมูลสิ่งที่บางธุรกิจมองข้ามการทำ CRM เพื่อเก็บข้อมูล สามารถเริ่มต้นได้ไม่ยาก การให้พนักงานหน้าร้านช่วยเก็บข้อมูล ทำได้ไม่ยาก
เริ่มต้นที่การกำหนดสคริปต์ง่าย ๆให้พนักงานหน้าร้าน ชักชวนลูกค้าสมัครสมาชิกสำหรับลูกค้าที่ยังไม่ได้เป็นสมาชิก และให้พนักงานหน้าสาขามีการ Training ให้รู้ถึงประโยชน์ของระบบสมาชิกว่าลูกค้าที่เป็นสมาชิกดีอย่างไร สะสมแต้มแบบไหน และมีสิทธิพิเศษอะไรบ้าง ทำให้ลูกค้ารู้สึกอยากที่จะสมัครสมาชิกเพิ่มขึ้นได้

4.ตรวจสุขภาพข้อมูลเป็นระยะ
ยิ่งตรวจเช็คข้อมูลดีเท่าไร Segmentation และ Marketing Automation ก็ยิ่งแม่นเท่านั้นสามารถทำได้ง่าย ๆ อย่างน้อยเดือนละ 1 ครั้ง คือ การตรวจเช็กข้อมูลภาพรวมสมาชิกใหม่ว่ามีการอัปโหลดไหม ภาพรวมฐานข้อมูลเป็นอย่างไร หรือเจอปัญหาเกี่ยวกับการใช้ข้อมูล ต้องปรับหรือแก้ปัญหาอย่างไร

2. Customer Segment

Customer Segment for Marketing Automation การแบ่งกลุ่มลูกค้าสำหรับการทำการตลาดแบบอัตโนมัติ ต้องเข้าใจเรื่องของการแบ่งกลุ่มเป้าหมาย ไม่ใช้แค่เพียงการแบ่งกลุ่มผ่าน อายุ / เพศ แต่การทำ Segmentation คือการแบ่งกลุ่มผ่าน “พฤติกรรม” หรือ “ความชอบ” เพื่อทำให้การสร้าง Customer Segment เสถียรมากยิ่งขึ้น ซึ่งทำให้ธุรกิจสร้างกลยุทธ์หรือแคมเปญที่เป็น Personalization ได้อย่างแม่นยำมากขึ้น และใช้ต้นทุกในการสื่อสารได้คุ้มค่ามากกว่าการสื่อสารแบบหว่านเพื่อหากลุ่มเป้าหมาย

RFM

RFM คือข้อมูลที่ช่วยแบ่งกลุ่มลูกค้า

พฤติกรรมแบบไหนที่สามารถแบ่งกลุ่มลูกค้าที่มีความแตกต่างกันได้อย่างชัดเจน
RFM คือข้อมูลที่ช่วยแบ่งกลุ่มลูกค้าออกมา ตามพฤติกรรมการซื้อสินค้า และ ความต้องการที่แตกต่างกันออกไป

R – Recency ซื้อล่าสุดเมื่อไหร่
F – Frequency ซื้อบ่อยมากแค่ไหน
M – Monetary มูลค่าที่ซื้อต่อครั้งเท่าไหร่

จากข้อมูลสมาชิกประกอบไปด้วยหลายส่วน ทั้งโปรไฟล์ลูกค้า แต้มสะสม ยอดใช้จ่าย ประวัติการซื้อ ฯลฯ แต่สิ่งที่สามารถแบ่งกลุ่มลูกค้าที่มีความแตกต่างกันในด้านของ “พฤติกรรมการซื้อ” ช่วยให้เราสามารถทำ Segmentation ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น 

5 กลุ่มลูกค้าที่พบได้บ่อย

5 กลุ่มลูกค้าที่สามารถพบได้บ่อยในทุกธุรกิจ

– New Customer | ลูกค้าใหม่ ที่ยังไม่เคยใช้บริการ
– Frequent Customers / Low Spend | ลูกค้าที่ซื้อประจำ แต่ใช้จ่ายน้อย
– Occasional High Spenders | ลูกค้าที่ใช้จ่ายไม่บ่อย แต่ใช้จ่ายสูง
– Top Spenders | ลูกค้าที่มีการใช้จ่ายสูงสุด
– Churning Customers | ลูกค้าที่กำลังจะจากไป

3. Communication

การสื่อสารแบบถูกคน ถูกที่ ถูกเวลา เป็นหัวใจหลักของการทำ Marketing Automation เปรียบเสมือนการทำการตลาดแบบเฉพาะบุคคล หรือ Personalized Marketing ที่มีความรวดเร็ว สร้างประสบการเฉพาะ ได้ตรงใจลูกค้าได้อย่างรวดเร็วมากยิ่งขึ้นผ่าน 5 ตัวอย่างแคมเปญที่สามารถทำ Marketing Automation ได้แบบง่าย ๆ

5 แคมเปญ

กลุ่มลูกค้า : New Customer | ลูกค้าใหม่
เป้าหมาย : ทำให้เกิดการซื้อครั้งที่ 2
กลยุทธ์ที่ใช้ : Welcome Points
โดยการตั้ง Segment เพื่อหากลุ่มลูกค้าที่มีการซื้อสินค้าและสมัครสมาชิกเป็นครั้งแรก จากนั้นกำหนดะยะเวลา 1 วัน หลังจากซื้อสินค้า เพื่อส่งข้อความ Welcome Points เพื่อชวนกลับมาที่ร้าน เพื่อกระตุ้นการซื้อสินค้าครั้งที่ 2

กลุ่มลูกค้า : Frequent Customers / Low Spend | ลูกค้าที่ซื้อประจำ แต่ใช้จ่ายน้อย
เป้าหมาย : เพิ่มมูลค่าต่อบิล
กลยุทธ์ที่ใช้ : Upsell Campaign
Segment ลูกค้าที่ซื้อสินค้าประจำ อาทิตย์ละ 4 ครั้ง แต่มี AOV ต่ำกว่า 120 บาท รอระยะเวลา 3 วัน หลังจากการซื้อสินค้า ส่งเมนูใหม่ที่มีมูลค่าสูง โดยคาดการณ์ SKU ที่ลูกค้าชอบ

กลุ่มลูกค้า : Occasional High Spenders | ลูกค้าที่ใช้จ่ายไม่บ่อย แต่ใช้จ่ายสูง
เป้าหมาย : ทำให้กลับมาซื้อบ่อยขึ้น
กลยุทธ์ที่ใช้ : Next Purchase Booster
แบ่งกลุ่มเป้าหมายที่ มีการซื้อสินค้า เดือนละครั้ง แต่มี AOV สูงกว่า 2,000 บาท รอระยะเวลา 14 วัน หลังจากการซื้อสินค้า ส่งเมนูใหม่ที่มีมูลค่าสูงกว่า โดยคาดการณ์จากเมนูที่ลูกค้าชอบ

กลุ่มลูกค้า : Top Spenders | ลูกค้าที่มีการใช้จ่ายสูงสุด
เป้าหมาย : รักษาให้เหนียวแน่น
กลยุทธ์ที่ใช้ : Seasonal
โดยการตั้ง Segment เพื่อหากลุ่มลูกค้า Top Spender จากนั้นกำหนดะยะเวลาอย่างรอช่วงก่อนวันเทศกาล 7 วัน เพื่อส่งแคมเปญ Seasonal

กลุ่มลูกค้า : Churning Customers | ลูกค้าที่กำลังจะจากไป
เป้าหมาย : ดึงลูกค้ากลับมา
กลยุทธ์ที่ใช้ : Winback
Segment กลุ่มลูกค้า ที่ถูกจัดเป็นกลุ่ม At Risk ห่างหายการซื้อครบ 30 วัน ส่งแคมเปญ Winback ครั้งที่ 1 กระตุ้นการกลับมา และ ต้องมีเงื่อนไขที่ลูกค้าต้องเปิดอ่านข้อความ หากไม่มีการเปิดอ่านข้อความ รอระยะเวลา 7 วัน ส่งแคมเปญ Winback ครั้งที่ 2 กระตุ้นการกลับมา

ข้อควรระวังสำหรับการทำ Marketing Automation

5 ข้อควรระวัง

1. ส่งข้อความถี่เกินไป
ลูกค้ารำคาญ ปิดแจ้งเตือน บล็อก หรือ Unfriend แบรนด์ ทำให้เสียช่องทางสื่อสารไปเลย

2. ไม่แบ่งกลุ่มลูกค้า ส่งแบบหว่าน
ทุกคนได้ข้อความเหมือนกัน ไม่ตรงจังหวะ/ความสนใจ ทำให้แคมเปญเปลืองงบแต่ไม่ค่อยมีผล

3. ข้อมูลไม่สะอาด ส่งผิดพลาด
ระบบดึงข้อมูลผิด ยิงซ้ำคนเดิมหลายรอบ หรือส่งหาคนผิดกลุ่ม ทำให้ภาพลักษณ์ดูไม่เป็นมืออาชีพ

4. ไม่มีเป้าหมายหรือตัวชี้วัด
ทีมไม่รู้ว่าทำไปเพื่ออะไร วัดผลไม่ได้ ว่าสุดท้ายแคมเปญคุ้มไหมหรือควรปรับตรงไหน

5. ไม่อัปเดตและปรับปรุงเนื้อหา
ใช้ข้อความเดิม ๆ ทั้งที่พฤติกรรมลูกค้าและฤดูกาลเปลี่ยน ทำให้ลูกค้ารู้สึกเบื่อและไม่สนใจโปรโมชั่นอีก

#ChocoCDP หนึ่งในระบบ Customer Data Platform ที่ช่วยธุรกิจสามารถทำ Customer Segment วิเคราะห์ข้อมูลลูกค้าแบบ 360 องศา พร้อมทั้งเครื่องมือการทำการตลาดแบบ Marketing Automation ส่งโปรโมชั่นหรือแคมเปญสื่อสารไปยังลูกค้าได้แบบ Real Time ในรูปแบบของ Personalization ที่สร้างประสบการณ์กับลูกค้าได้แบบรายบุคคล

โดย ChocoCDP มี 5 ฟังก์ชันเด่น ได้แก่
1. Data Connector รวมข้อมูลจากทุกระบบ
2. Customer Profile 360 เห็นลูกค้าแบบครบทุกมิติ
3. Customer Segmentation แบ่งกลุ่มลูกค้าเชิงลึก
4. Marketing Automation ส่งการสื่อสารอัตโนมัติ
5. Personalization ส่งข้อความตรงใจ

👉 ให้ ChocoCDP ช่วยคุณต่อยอดข้อมูลของธุรกิจ ประหยัดเวลาและลดต้นทุน เพิ่มยอดขาย ด้วยการตลาดแบบอัตโนมัติ สื่อสารลูกค้าได้อย่างถูกคน ถูกที่ ถูกเวลา✨

Kanisorn Tangsiri

Posted: ธันวาคม 11, 2025

บทความอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง