7 CRM Tools ที่ทุกธุรกิจควรรู้ เพื่อเข้าใจลูกค้าและเพิ่มการซื้อซ้ำ
เมื่อธุรกิจเติบโต ข้อมูลลูกค้ามักกระจายอยู่ในหลายระบบ ทั้งยอดขายจาก POS รายชื่อสมาชิกใน CRM ผู้ติดตามใน LINE OA รวมถึงข้อมูลจากเว็บไซต์ และ Marketplace แม้จะมีข้อมูลมาก แต่ธุรกิจอาจยังไม่รู้ว่าใครซื้อบ่อย ใครสร้างรายได้สูง หรือใครกำลังจะหายไป
ตัวอย่างเช่น ร้านอาหารอาจรู้ว่าเมนูใดขายดี แต่ไม่รู้ว่าผู้ซื้อเป็นลูกค้าใหม่ หรือลูกค้าประจำ ขณะเดียวกัน แม้จะมีผู้ติดตาม LINE OA หลายหมื่นคน ธุรกิจก็อาจไม่ทราบว่าใครเคยซื้อ ใช้คูปอง หรือเป็นสมาชิกระดับสูง
POS, CRM, CDP, CRMX, Loyalty Program, LINE OA และ Marketing Automation จึงเข้ามาช่วยเชื่อมข้อมูล และบริหารความสัมพันธ์กับลูกค้า แต่ละระบบมีหน้าที่ต่างกัน สิ่งสำคัญคือการเลือกใช้ และเชื่อมต่อให้เหมาะกับขนาด เป้าหมาย และความพร้อมของธุรกิจ
ทำความเข้าใจ 7 CRM Tools ที่ทุกธุรกิจควรรู้ ก่อนเลือกใช้ให้เหมาะกับธุรกิจ
แม้เครื่องมือทั้งหมดจะเกี่ยวข้องกับข้อมูลลูกค้า แต่แต่ละระบบตอบคำถามทางธุรกิจที่แตกต่างกัน
⭐POS: วันนี้มีการขายอะไรเกิดขึ้นบ้าง
⭐CRM: ลูกค้าที่ซื้อคือใคร และมีความสัมพันธ์กับธุรกิจอย่างไร
⭐CDP: ข้อมูลของลูกค้าคนเดียวกันอยู่ในช่องทางใดบ้าง
⭐CRMX: จะนำข้อมูลไปพัฒนาเป็นแคมเปญที่วัดผลได้อย่างไร
⭐Loyalty Program: จะสร้างเหตุผลให้ลูกค้ากลับมาซื้ออีกได้อย่างไร
⭐LINE OA: จะสื่อสาร และมอบสิทธิประโยชน์ผ่านช่องทางใด
⭐Marketing Automation: จะทำให้การสื่อสารเกิดขึ้นโดยอัตโนมัติได้อย่างไร
ดังนั้น การเลือกระบบไม่ควรเริ่มจากคำถามว่าแพลตฟอร์มใดมีฟีเจอร์มากที่สุด แต่ควรเริ่มจากปัญหาที่ธุรกิจต้องการแก้ และข้อมูลที่มีอยู่ หากยังควบคุมยอดขาย และสต๊อกไม่ได้ POS อาจเป็นจุดเริ่มต้น หากมีสมาชิกแต่ไม่รู้ว่าใครกลับมาซื้อซ้ำ CRM จะมีบทบาทมากขึ้น ส่วนธุรกิจที่มีข้อมูลกระจายในหลายช่องทางอาจต้องใช้ CDP เข้ามาช่วยรวมข้อมูล
POS คืออะไร และมีหน้าที่มากกว่าเครื่องคิดเงินอย่างไร
POS ย่อมาจาก Point of Sale หรือระบบขายหน้าร้าน หน้าที่พื้นฐานคือบันทึกรายการขาย รับชำระเงิน และออกใบเสร็จ แต่ POS สมัยใหม่สามารถช่วยจัดการงานหน้าร้าน และหลังร้านได้มากกว่านั้น
ทุกครั้งที่พนักงานบันทึกคำสั่งซื้อ ระบบจะสร้าง Transaction Data หรือข้อมูลธุรกรรม เช่น สินค้าที่ซื้อ จำนวน วันที่ เวลา ยอดใช้จ่าย สาขา ส่วนลด ช่องทางการชำระเงิน และพนักงานที่ให้บริการ หากเป็นร้านอาหาร POS อาจช่วยจัดการโต๊ะ คิว แยกบิล และส่งออเดอร์เข้าครัว หากเป็นร้านค้าปลีก ระบบสามารถตัดสต๊อกหลังเกิดรายการขาย พร้อมแจ้งเตือนเมื่อสินค้าใกล้หมด
ประโยชน์หลักของ POS ได้แก่
⭐ลดความผิดพลาดจากการคิดเงิน และบันทึกข้อมูลด้วยมือ
⭐ตรวจสอบยอดขายและสต๊อกแบบเรียลไทม์
⭐เปรียบเทียบผลการดำเนินงานของแต่ละสาขา
⭐วิเคราะห์สินค้าขายดีและช่วงเวลาที่ขายดีที่สุด
⭐ตรวจสอบส่วนลด การยกเลิกรายการ และการทำงานของพนักงาน
ChocoPOS เป็นตัวอย่างของระบบ POS ที่รองรับการจัดการออเดอร์ สต๊อก หลายสาขา โต๊ะ คิว และช่องทางการชำระเงิน โดยข้อมูลการขายสามารถนำไปเชื่อมต่อกับระบบสมาชิก หรือระบบข้อมูลลูกค้าได้ อย่างไรก็ตาม POS เพียงระบบเดียวอาจบอกได้ว่า “ขายอะไร” แต่ยังไม่รู้เสมอไปว่า “ขายให้ใคร” หากลูกค้าไม่ได้ระบุตัวตน ธุรกิจจะเห็นเพียงรายการขายที่ไม่สามารถเชื่อมกลับไปยังลูกค้าแต่ละคนได้
นี่คือเหตุผลที่การเชื่อม POS เข้ากับ CRM มีความสำคัญ เพราะทำให้ข้อมูลการซื้อถูกนำไปอัปเดตในโปรไฟล์สมาชิกได้
CRM คืออะไร และทำไมจึงไม่ใช่แค่ระบบสะสมแต้ม
CRM ย่อมาจาก Customer Relationship Management หรือการบริหารความสัมพันธ์กับลูกค้า CRM ไม่ได้หมายถึงซอฟต์แวร์เพียงอย่างเดียว แต่รวมถึงกลยุทธ์ และกระบวนการที่ใช้เพื่อรู้จัก ดูแล และรักษาลูกค้าในระยะยาว
ข้อมูลใน CRM อาจประกอบด้วยชื่อ เบอร์โทรศัพท์ วันเกิด วันที่สมัครสมาชิก ประวัติการซื้อ คะแนนสะสม ระดับสมาชิก คูปองที่ได้รับ ของรางวัลที่แลก และประวัติการใช้สิทธิพิเศษ เมื่อ CRM เชื่อมต่อกับ POS ธุรกิจจะรู้ได้ว่า ลูกค้าคนใดซื้อสินค้าอะไร กลับมาบ่อยเพียงใด มียอดใช้จ่ายรวมเท่าไร และตอบรับกับโปรโมชันประเภทใด
CRM ยังช่วยให้ธุรกิจมองลูกค้าเป็นรายบุคคล ไม่ใช่เพียงจำนวนสมาชิกทั้งหมด ตัวอย่างเช่น ธุรกิจอาจมีสมาชิก 50,000 คน แต่มีเพียงบางส่วนที่ยังซื้อสินค้าอย่างต่อเนื่อง ขณะที่อีกกลุ่มอาจสมัครแล้วไม่เคยกลับมาซื้อเลย
ข้อมูลเหล่านี้สามารถนำไปแบ่งลูกค้าเป็นกลุ่ม เช่น
⭐ลูกค้าใหม่ที่เพิ่งซื้อครั้งแรก
⭐ลูกค้าประจำที่ซื้ออย่างสม่ำเสมอ
⭐ลูกค้ามูลค่าสูง
⭐ลูกค้าที่ซื้อเฉพาะช่วงมีส่วนลด
⭐ลูกค้าที่สนใจสินค้าบางประเภท
⭐ลูกค้าที่เคยซื้อบ่อยแต่เริ่มห่างหาย
การแบ่งกลุ่มนี้เรียกว่า Customer Segmentation ซึ่งช่วยให้ธุรกิจออกแบบการสื่อสารได้เหมาะกับลูกค้าแต่ละประเภท
ลูกค้าใหม่อาจได้รับคูปองสำหรับการซื้อครั้งที่สอง ลูกค้าประจำอาจได้รับสิทธิพิเศษตามระดับสมาชิก ส่วนลูกค้าที่เริ่มหายไปอาจได้รับ Win-back Campaign ที่อ้างอิงจากสินค้า หรือบริการที่เคยซื้อ
ChocoCRM เป็นตัวอย่างของระบบสมาชิกออนไลน์ที่สามารถใช้จัดการคะแนน ระดับสมาชิก คูปอง ของรางวัล และสิทธิประโยชน์ พร้อมเชื่อมข้อมูลสมาชิกเข้ากับช่องทางอย่าง LINE OA ได้
CDP คืออะไร
CDP ย่อมาจาก Customer Data Platform หรือแพลตฟอร์มข้อมูลลูกค้า มีหน้าที่รวบรวมข้อมูลจากหลายระบบ และเชื่อมข้อมูลของลูกค้าคนเดียวกันให้เป็นโปรไฟล์เดียว หรือ Single Customer View
ตัวอย่างเช่น ลูกค้าคนหนึ่งอาจสมัครสมาชิกหน้าร้าน ซื้อสินค้าผ่านเว็บไซต์ และใช้คูปองผ่าน LINE OA หากข้อมูลแต่ละช่องทางแยกกัน ธุรกิจอาจมองลูกค้าคนเดียวกันเป็นหลายคน
ข้อมูลที่ CDP สามารถรวบรวมได้ เช่น
⭐ข้อมูลการซื้อจาก POS และ E-commerce
⭐ข้อมูลสมาชิกจาก CRM
⭐พฤติกรรมบนเว็บไซต์หรือแอป
⭐การตอบสนองต่ออีเมลและ LINE OA
⭐ข้อมูลจากแบบสอบถามหรือ Marketplace
เมื่อข้อมูลถูกรวมกัน ธุรกิจจะสามารถวิเคราะห์พฤติกรรม แบ่งกลุ่มลูกค้า และสร้างแคมเปญที่เหมาะกับแต่ละกลุ่มได้ดีขึ้น
ChocoCDP เป็นตัวอย่างของแพลตฟอร์มที่ช่วยรวมข้อมูลจาก POS, CRM เว็บไซต์ และช่องทางอื่น เพื่อนำไปวิเคราะห์ และใช้งานต่อ
CDP แตกต่างจาก CRM อย่างไร
CRM เน้นจัดการข้อมูลสมาชิฏ และความสัมพันธ์กับลูกค้า เช่น ประวัติการซื้อ คะแนนสะสม ระดับสมาชิก คูปอง และประวัติการติดต่อ ส่วน CDP เน้นรวบรวมข้อมูลจากหลายระบบ รวมถึงพฤติกรรมบนเว็บไซต์ E-commerce Marketplace อีเมล และ LINE OA
กล่าวง่าย ๆ CRM ช่วยตอบว่า “ลูกค้าคนนี้คือใครและมีความสัมพันธ์กับธุรกิจอย่างไร” ส่วน CDP ช่วยตอบว่า “ลูกค้าคนนี้มีพฤติกรรมอะไรบ้างในแต่ละช่องทาง”
CDP จึงไม่ได้มาแทนที่ CRM แต่ช่วยเสริมให้ธุรกิจเห็นข้อมูลลูกค้าได้ครบถ้วนและต่อเนื่องมากขึ้น
CRMX คืออะไร และเหมาะกับธุรกิจแบบใด
CRMX ยังไม่มีคำจำกัดความมาตรฐานเดียวในอุตสาหกรรม ผู้ให้บริการแต่ละรายอาจใช้คำนี้แตกต่างกัน ธุรกิจจึงควรพิจารณารายละเอียดของบริการมากกว่าตัดสินจากชื่อเพียงอย่างเดียว
ในบริบทของ ChocoCRM คำว่า Choco CRMX หมายถึงการนำเทคโนโลยี ข้อมูล และทีมผู้เชี่ยวชาญมาทำงานร่วมกัน เพื่อช่วยเปลี่ยน Customer Data ให้เป็นแคมเปญที่ดำเนินการ และวัดผลได้จริง
บริการลักษณะนี้อาจครอบคลุม Data Analyst ทีมวางแผน Customer Journey ผู้เชี่ยวชาญด้าน Marketing Automation ทีมคอนเทนต์ Account Executive และทีมฝึกอบรม
แนวคิดนี้ตอบโจทย์องค์กรที่ลงทุนใน CRM หรือ CDP แล้ว แต่ยังไม่สามารถใช้ระบบได้เต็มประสิทธิภาพ เพราะขาดทีมวิเคราะห์ข้อมูล แบ่ง Segment ตั้งค่า Automation และติดตามผลแคมเปญ
CRMX อาจเหมาะกับธุรกิจที่
⭐มี CRM หรือ CDP อยู่แล้ว
⭐มีข้อมูลจากหลายสาขา หรือหลายช่องทาง
⭐ขาดทีม Data หรือทีม CRM ภายในองค์กร
⭐ต้องการพัฒนาแคมเปญอย่างต่อเนื่อง
⭐ต้องการวาง Customer Journey และวัดผลเป็นระบบ
สำหรับธุรกิจขนาดเล็ก การเริ่มจาก POS, CRM และ Automation พื้นฐานอาจเพียงพอ ส่วน CRMX จะมีบทบาทมากขึ้นเมื่อข้อมูล ทีม และแคมเปญมีความซับซ้อนขึ้น
5. Loyalty Program คืออะไร และทำไมไม่ควรมีเพียงส่วนลด
Loyalty Program คือโปรแกรมที่สร้างเหตุผลให้ลูกค้ากลับมาซื้อ ใช้บริการ หรือมีส่วนร่วมกับธุรกิจอีก รูปแบบที่พบได้บ่อย ได้แก่ คะแนน E-Stamp คูปอง ระดับสมาชิก ของขวัญวันเกิด และโปรแกรมแนะนำเพื่อน เป้าหมายไม่ควรเป็นเพียงการแจกส่วนลด แต่ควรเชื่อมโยงกับพฤติกรรมที่ธุรกิจต้องการสร้าง เช่น กระตุ้นการซื้อครั้งที่สอง เพิ่มความถี่ในการซื้อ เพิ่มยอดใช้จ่ายต่อครั้ง หรือรักษาลูกค้ามูลค่าสูง
ตัวอย่างเช่น ร้านกาแฟอาจให้ E-Stamp ทุกครั้งที่ลูกค้าซื้อเครื่องดื่ม เมื่อสะสมครบตามจำนวน ระบบจะแสดงคูปอง หรือรางวัลให้ลูกค้านำไปใช้ในครั้งถัดไป
Loyalty Program ที่เชื่อมกับ POS และ CRM ช่วยให้ธุรกิจตรวจสอบได้ว่า
⭐ลูกค้าคนใดได้รับคะแนนหรือรางวัล
⭐รางวัลใดถูกใช้มากที่สุด
⭐ลูกค้ากลับมาซื้อเร็วขึ้นหรือไม
⭐โปรแกรมช่วยเพิ่มยอดใช้จ่ายหรือไม่
⭐ลูกค้ากลุ่มใดตอบรับดีที่สุด
ธุรกิจยังสามารถนำ Gamification มาเพิ่มความสนุกผ่านภารกิจ ระดับสมาชิก แถบความคืบหน้า Badge และการปลดล็อกรางวัล ตัวอย่างเช่น แทนที่จะให้คะแนนจากยอดซื้อเพียงอย่างเดียว ธุรกิจอาจสร้างภารกิจให้ลูกค้าทดลองสินค้าครบสามประเภทภายในหนึ่งเดือนเพื่อรับโบนัส
6. LINE OA มีบทบาทอย่างไรในระบบ CRM
LINE OA เป็นช่องทางที่ธุรกิจไทยนิยมใช้เพื่อส่งข่าวสาร โปรโมชัน คูปอง และตอบคำถามลูกค้า
เมื่อเชื่อม LINE OA กับ CRM ลูกค้าสามารถสมัครสมาชิก ดูคะแนน เปิดคูปอง ตรวจสอบระดับสมาชิก แลกรางวัล และดูสิทธิประโยชน์ผ่าน Rich Menu โดยไม่ต้องดาวน์โหลดแอปใหม่ในรูปแบบนี้ LINE OA ทำหน้าที่เป็นหน้าบ้านที่ลูกค้าเห็น และใช้งาน ส่วน CRM ทำหน้าที่จัดเก็บข้อมูลสมาชิก คะแนน คูปอง และเงื่อนไขต่าง ๆ อยู่เบื้องหลัง อย่างไรก็ตาม การมีผู้ติดตาม LINE OA จำนวนมากไม่ได้หมายความว่าธุรกิจรู้จักลูกค้าทุกคน หากไม่มีการเชื่อมกับ CRM หรือ POS ธุรกิจอาจไม่ทราบว่าใครเคยซื้อ ใครเป็นลูกค้าประจำ หรือใครยังไม่เคยซื้อเลย
เมื่อข้อมูลเชื่อมกัน ธุรกิจสามารถส่งข้อความตาม Segment เช่นคูปองซื้อครั้งที่สองสำหรับลูกค้าใหม่
สิทธิพิเศษสำหรับสมาชิกระดับสูง
แจ้งเตือนคะแนนใกล้หมดอายุ
ข้อเสนอจากสินค้าที่ลูกค้าเคยซื้อ
Win-back Campaign สำหรับลูกค้าที่เริ่มห่างหาย
การสื่อสารที่ตรงกลุ่มช่วยลดการ Broadcast แบบหว่าน เพิ่มโอกาสที่ลูกค้าจะสนใจ และลดความเสี่ยงที่ลูกค้าจะบล็อกบัญชี
Marketing Automation คืออะไร
Marketing Automation คือการกำหนดให้ระบบส่งข้อความ หรือดำเนินงานโดยอัตโนมัติ เมื่อเกิดเวลา เหตุการณ์ หรือพฤติกรรมตามเงื่อนไขที่ธุรกิจกำหนดแทนที่พนักงานจะตรวจสอบทุกวันว่าใครเพิ่งสมัครสมาชิก ใครมีวันเกิด หรือใครไม่ได้กลับมาซื้อนาน ระบบสามารถตรวจจับเงื่อนไข และเริ่มแคมเปญให้โดยอัตโนมัติ
ตัวอย่าง Automation ที่ธุรกิจสามารถเริ่มใช้งานได้ ได้แก่
⭐ส่งข้อความต้อนรับหลังสมัครสมาชิก
⭐ส่งคูปองเพื่อกระตุ้นการซื้อครั้งที่สอง
⭐ส่งสิทธิพิเศษในเดือนเกิด
⭐เตือนก่อนคะแนน หรือคูปองหมดอายุ
⭐แจ้งเมื่อลูกค้าเลื่อนระดับสมาชิก
⭐ส่ง Win-back Campaign เมื่อลูกค้าหายไป
⭐แนะนำสินค้าเพิ่มเติมหลังการซื้อ
⭐ส่งแบบสอบถามเพื่อเก็บ Zero Party Data
Marketing Automation ไม่ได้ช่วยเพียงลดงานซ้ำ แต่ยังทำให้การสื่อสารเกิดขึ้นในจังหวะที่เหมาะสม
ข้อความต้อนรับควรถูกส่งไม่นานหลังสมัครสมาชิก คูปองวันเกิดควรมีระยะเวลาให้ใช้งานได้จริง และ Win-back Campaign ควรถูกส่งเมื่อลูกค้าเริ่มมีสัญญาณห่างหายอย่างไรก็ตาม Automation จะทำงานได้ดีต่อเมื่อข้อมูลลูกค้าถูกต้อง มีการแบ่งกลุ่มชัดเจน และลูกค้ายินยอมรับการสื่อสาร หากข้อมูลซ้ำ หรือไม่เป็นปัจจุบัน ระบบอาจส่งข้อความผิดคน ผิดเวลา หรือส่งซ้ำได้
ระบบทั้งหมดทำงานร่วมกันอย่างไร
Customer Journey อาจเริ่มจากลูกค้าซื้อสินค้าผ่าน POS และสมัครสมาชิกผ่าน LINE OA รายการซื้อจะถูกเชื่อมเข้าสู่ CRM พร้อมอัปเดตคะแนน E-Stamp หรือระดับสมาชิก จากนั้น CDP สามารถรวมข้อมูลจาก POS, CRM เว็บไซต์ E-commerce และช่องทางอื่น ก่อนนำลูกค้าไปจัดกลุ่มตามพฤติกรรมและมูลค่า
เมื่อถึงเงื่อนไขที่กำหนด Marketing Automation จะส่งข้อความ หรือข้อเสนอผ่าน LINE OA เช่น Welcome Message, Birthday Campaign, Point Expiration Reminder หรือ Win-back Campaign
ตัวอย่างเช่น เมื่อลูกค้าซื้อกาแฟครั้งแรก ระบบอาจส่งคูปองสำหรับการซื้อครั้งถัดไป หากกลับมาซื้อครบตามจำนวน Loyalty Program จะเพิ่มระดับสมาชิก และหากไม่มีการซื้อเกิน 45 วัน ระบบอาจส่งแคมเปญดึงลูกค้ากลับมาจากเดิมที่ธุรกิจเห็นเพียงยอดขายรวม ธุรกิจจะเริ่มเห็นว่าใครซื้ออะไร กลับมาบ่อยเพียงใด ชอบข้อเสนอแบบไหน และควรได้รับการดูแลอย่างไรต่อไป
ธุรกิจควรเริ่มจากระบบใดก่อน
ธุรกิจไม่จำเป็นต้องติดตั้งเครื่องมือทั้งหมดพร้อมกัน เพราะการมีเทคโนโลยีมากเกินไปโดยไม่มีทีมดูแล อาจทำให้การทำงานซับซ้อนกว่าเดิม
ธุรกิจขนาดเล็กอาจเริ่มจาก POS ที่เชื่อมกับระบบสมาชิก หรือ CRM จากนั้นเพิ่ม Loyalty Program และ LINE OA เพื่อดูแลลูกค้า และสร้างการซื้อซ้ำ
เมื่อฐานลูกค้าเติบโต ธุรกิจสามารถเริ่มทำ Customer Segmentation และ Marketing Automation เช่น Welcome Campaign, Birthday Campaign และ Win-back Campaign ส่วนธุรกิจที่มีหลายสาขา เว็บไซต์ E-commerce และข้อมูลจากหลายช่องทาง อาจเพิ่ม CDP เพื่อรวมข้อมูล ก่อนพิจารณาใช้ทีมผู้เชี่ยวชาญเมื่อแคมเปญมีความซับซ้อนมากขึ้น
สรุป
POS, CRM, CDP, CRMX, Loyalty Program, LINE OA และ Marketing Automation คือ 7 CRM Tools ที่ทุกธุรกิจควรรู้ เพราะแต่ละระบบช่วยจัดการข้อมูล และความสัมพันธ์กับลูกค้าในคนละส่วน สิ่งสำคัญคือการเลือกใช้ และเชื่อมต่อให้เหมาะกับขนาด เป้าหมาย และความพร้อมของธุรกิจธุรกิจไม่จำเป็นต้องเริ่มใช้ทุกระบบพร้อมกัน ควรเลือกจากปัญหา เป้าหมาย และความพร้อมของทีม เมื่อข้อมูลเชื่อมต่อกัน ธุรกิจจะลดการคาดเดา เพิ่มการซื้อซ้ำ และสร้างความสัมพันธ์กับลูกค้าได้อย่างเป็นระบบ
คำถามที่พบบ่อย
1. POS กับ CRM ต่างกันอย่างไร?
POS เน้นจัดการรายการขาย การชำระเงิน สต๊อก และข้อมูลธุรกรรม ส่วน CRM เน้นจัดการข้อมูลสมาชิก คะแนน คูปอง และความสัมพันธ์กับลูกค้า เมื่อเชื่อมกัน ธุรกิจจะรู้ว่าใครซื้ออะไร และกลับมาซื้อบ่อยเพียงใด
2. ธุรกิจขนาดเล็กจำเป็นต้องใช้ CDP หรือไม่?
ยังไม่จำเป็นเสมอไป หากมีหน้าร้าน หรือช่องทางขายไม่มาก POS กับ CRM อาจเพียงพอ CDP จะมีประโยชน์เมื่อข้อมูลเริ่มกระจายอยู่ในเว็บไซต์ E-commerce Marketplace และหลายสาขา
3. LINE OA ใช้แทน CRM ได้หรือไม่?
LINE OA เป็นช่องทางสื่อสารและเป็นหน้าบ้านของระบบสมาชิก แต่ไม่ได้จัดการข้อมูลธุรกรรม คะแนน และประวัติลูกค้าอย่างครบถ้วนด้วยตัวเอง การเชื่อมกับ CRM จะช่วยให้ดูแลสมาชิกได้เป็นระบบมากขึ้น
4. Loyalty Program จำเป็นต้องมีคะแนนหรือไม่?
ไม่จำเป็น ธุรกิจสามารถใช้ E-Stamp ระดับสมาชิก คูปอง ภารกิจ โปรแกรมแนะนำเพื่อน หรือสิทธิพิเศษอื่นได้ ขึ้นอยู่กับพฤติกรรมที่ต้องการสร้าง
5. CRMX เหมาะกับธุรกิจแบบใด?
CRMX เหมาะกับองค์กรที่มีข้อมูล หรือระบบบริหารลูกค้าอยู่แล้ว แต่ขาดทีมวิเคราะห์ วาง Customer Journey สร้างคอนเทนต์ ตั้งค่า Automation และติดตามผลแคมเปญอย่างต่อเนื่อง