EP.2 : Customer Journey คืออะไร? ทำไมหลายแบรนด์มักมองข้าม สู่การปรับใช้เพื่อมัดใจลูกค้าด้วย CRM
ลูกค้าไม่ได้หายไป แต่บางที “แบรนด์หายไปจากชีวิตลูกค้า”
ความจริงอย่างหนึ่งที่ธุรกิจมักไม่รู้ คือ ลูกค้าอาจจะไม่ได้หายไป เพราะไม่ชอบแบรนด์โดยตรง แต่บางทีแบรนด์ต่างหาก ที่หายไปจากชีวิตของลูกค้า ต้นปีมานี้หลายธุรกิจคงรู้สึกว่าลูกค้าบางส่วนหายไป ไม่ได้กลับมาที่ร้าน หรือซื้อสินค้า/บริการมากเท่าเมื่อก่อน หลายแบรนด์ทุ่มงบยิงแอด จัดโปรแรง สื่อสารทุกช่องทาง แต่กลับเงียบหายทันทีหลังจากลูกค้าซื้อไปแล้ว และนั่นคือจุดเริ่มต้นของคำถามสำคัญ ว่าทำไมลูกค้าเคยซื้อแต่วันนี้ไม่กลับมาอีก
บทความนี้ ChocoCRM จะพาไปดูว่า ปัญหาอาจไม่ได้อยู่ที่สินค้า หรือราคา แต่อยู่ที่ Customer Journey บางช่วงที่แบรนด์มองข้าม และ CRM ไม่ใช่แค่การส่งข้อความไปหาลูกค้าแล้วจบ แต่คือ เครื่องมือที่จะช่วยให้แบรนด์ “อยู่ในใจลูกค้าได้ตลอดเส้นทาง” ผ่านการเก็บข้อมูล การทำความเข้าใจลูกค้า และปรับแต่งการสื่อสารที่เหมาะสมกับความต้องการ ตลอดเส้นทางการเดินทางของลูกค้า หรือที่เรียกว่า Customer Journey
Customer Journey คืออะไร
WISESIGHT ได้ให้คำอธิบายไว้ว่า คือ “เส้นทางทั้งหมดที่ลูกค้าผ่านตั้งแต่รู้จักแบรนด์จนกลายเป็นลูกค้าประจำ ซึ่งไม่ได้จำกัดอยู่แค่การซื้อ แต่รวมถึงการกลับมาซื้อซ้ำและบอกต่อให้กับแบรนด์”
ซึ่งจะช่วยให้นักการตลาดมองเห็นภาพที่ชัดเจนขึ้นว่ากลุ่มเป้าหมายของตัวเองจะมีปฏิสัมพันธ์กับสื่อหรือจุดไหนของธุรกิจบ้าง
สรุปง่าย ๆ Customer Journey เป็นเรื่องของลูกค้า ส่วน CRM เป็นความตั้งใจ ที่แบรนด์มีให้ลูกค้าตลอดเส้นทาง Customer Journey นั่นเอง
5 Stages ของ Customer Journey ที่นักการตลาดใช้จริง
GrowthLoop ได้อธิบายโมเดล Customer Journey ที่นักการตลาดใช้จริง โดยประกอบด้วย 5 Stages หลัก ๆ ดังนี้
1. Awareness – ลูกค้ารู้จักแบรนด์ครั้งแรก
2. Consideration – เริ่มสนใจ หาข้อมูลเปรียบเทียบ
3. Purchase – ตัดสินใจซื้อ
4. Retention – กลับมาซื้อซ้ำ
5. Advocacy – บอกต่อ แชร์ให้เพื่อน
3 จุด Customer Journey ที่แบรนด์มักมองข้าม
1. ส่งข้อความหาลูกค้าเหมือนกันหมด
ทำให้ลูกค้าไม่ได้รู้สึกว่าเป็นคนสำคัญของแบรนด์ ส่วน CRM จะทำการ Personalize ซึ่งลูกค้าแต่ละคนจะได้รับข้อมูลที่ไม่เหมือนกัน
2. ติดต่อหาลูกค้าเฉพาะตอนที่อยากขาย
ลูกค้ารู้สึกว่าแบรนด์มองเห็น เฉพาะยอดขายเพียงอย่างเดียว แต่ CRM จะสื่อสาร เพื่อมอบคุณค่าที่เหมาะกับความต้องการของลูกค้าจริง ๆ
3. รู้จักว่าลูกค้าชื่ออะไรแค่เฉพาะตอนที่ลูกค้าซื้อสินค้า
ทำให้แบรนด์ขาดข้อมูลสำคัญที่นำไปต่อยอดในอนาคตได้ เช่น ลูกค้าซื้อบ่อยแค่ไหน ชอบซื้ออะไรบ้าง ลูกค้าหายไปตอนไหนซึ่ง CRM จะเข้ามาช่วยเก็บข้อมูล และพฤติกรรมลูกค้าตั้งแต่เข้าชมจนกลับมาซื้อซ้ำ
แล้ว CRM ทำงานยังไงใน แต่ละ Stage ของ Customer Journey
ChocoCRM จะมาขยายความให้เข้าใจง่าย ๆ ว่าสองอย่างนี้เชื่อมโยงกันอย่างไรบ้าง
CRM ช่วยอะไรในแต่ละ Stage ของ Customer Journey
1. Awareness รู้จักแบรนด์เป็นครั้งแรก
CRM บอกได้ว่า ลูกค้ารู้จักแบรนด์จากช่องทางไหน เช่น TikTok, Search, Facebook เมื่อรู้ว่า Channel ไหนดึงคนเข้ามาจริง ๆ เราก็สามารถ Optimize
งบโฆษณาให้มีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้นได้
ตัวอย่าง : ร้านคาเฟ่เปิดใหม่รู้ว่าลูกค้าส่วนใหญ่มาจากคลิปรีวิวใน TikTok แบรนด์จึงทุ่มงบโปรโมตคอนเทนต์แนวนี้เพิ่ม แทนการยิงแอดกว้าง ๆ ซึ่งช่วยประหยัดงบยิงแอดมากขึ้น
2.Consideration ให้ข้อมูลเพื่อช่วยตัดสินใจ
CRM เก็บ Data พฤติกรรมลูกค้า เพื่อดูว่าลูกค้าดูสินค้าไหน ทดลองอะไรบ้าง เช่น ลูกค้าเข้ามาในเว็บไซต์แล้วดู รองเท้าวิ่งหลายครั้ง แต่ยังไม่ซื้อ ซึ่งทีมการตลาดจะสามารถส่งอีเมลหรือคอนเทนต์ข้อมูล การเปรียบเทียบ รุ่นที่เหมาะกับมือใหม่ ช่วยให้ลูกค้าตัดสินใจได้ง่ายขึ้น เพราะได้ข้อมูลตรงกับสิ่งที่สนใจ
3. Purchase กระตุ้นให้เกิดการซื้อจริง
CRM ช่วยให้แบรนด์รู้ว่า ลูกค้าคนไหน พร้อมซื้อแล้ว อย่างลูกค้าบางคนที่มักกดสินค้าลงตะกร้าแต่ยังไม่จ่ายเงิน ซึ่งแบรนด์สามารถส่งข้อความเตือน พร้อม Offer โค้ดส่งฟรีภายใน 24 ชั่วโมง เพื่อให้เกิดการตัดสินใจที่ไวขึ้นได้
4. Retention รักษาลูกค้าให้อยู่ต่อและซื้อซ้ำ
CRM ช่วยติดตามพฤติกรรมหลังซื้อและจัด Segment แบ่งกลุ่มลูกค้าเพื่อการดูแลที่ต่อเนื่อง ตัวอย่าง ร้านอาหารที่มีลูกค้าประจำ สามารถใช้ระบบ CRM เพื่อส่งโปรวันเกิดและเมนูฟรีเฉพาะสมาชิกได้ หรือร้านค้า E-commerce สามารถแนะนำสินค้าที่มักซื้อคู่กัน เช่น ซื้อทูน่าแล้วแนะนำสลัด ซึ่งลูกค้าก็จะรู้สึกว่าแบรนด์ใส่ใจและอยากไปใช้บริการซ้ำ
5. Advocacy ทำให้ลูกค้าช่วยบอกต่อ
CRM ช่วยติดตามรีวิว คะแนนความพึงพอใจ และสร้างการบอกต่อแบบเป็นระบบ อาทิ ลูกค้าที่ให้คะแนน 5 ดาว จะได้สิทธิ์ชวนเพื่อนมาใช้บริการ เมื่อเพื่อนซื้อครั้งแรก ทั้งคู่ได้รับส่วนลด เป็นต้น ซึ่งเป็นการเปลี่ยนลูกค้าที่พอใจให้เป็นคนที่ช่วยโปรโมตแบรนด์แทนโฆษณา
สรุป ความสัมพันธ์ CRM กับ Customer Journey แบบเข้าใจง่าย ๆ
CRM เป็นระบบหรือแกนกลางที่เชื่อมทุกจุดสัมผัส (Touchpoint) กับลูกค้า ในทุก Stage ของ Customer Journey ให้ราบรื่น ไร้รอยต่อเพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีให้กับลูกค้า เพราะมันช่วย
– เก็บข้อมูลลูกค้าตั้งแต่ยังไม่ซื้อจนถึงบอกต่อ
– ปรับแต่งการสื่อสารให้เหมาะกับแต่ละ Stage
– เพิ่มโอกาสขายและสร้างความสัมพันธ์ระยะยาว
ในทางปฏิบัติ CRM ช่วยให้ทีมขาย การตลาด และบริการลูกค้าทำงานไปในทิศทางเดียวกันได้ง่ายขึ้น เพราะทุกทีมเห็นข้อมูลลูกค้าที่อัปเดตและเป็นระบบเดียวกัน ท้ายนี้ ตราบใดที่ลูกค้ายังจำแบรนด์ได้ ไม่ว่าจะรู้สึกดีหรือไม่ดี ประสบการณ์เหล่านั้นก็มีโอกาสถูกบอกต่อเสมอ ดังนั้น Customer Journey จึงไม่ใช่เส้นทางที่จบหลังการซื้อ แต่เป็นสิ่งที่แบรนด์ต้องดูแลต่อเนื่อง และนี่คือเหตุผลที่ CRM สำคัญ เพราะ CRM ช่วยให้แบรนด์เข้าใจลูกค้าได้มากขึ้น ผ่านการเก็บข้อมูลพฤติกรรม และสื่อสารให้เหมาะกับแต่ละช่วงเวลา
🚀ChocoCRM พร้อมเป็นตัวช่วยเชื่อมทุก Touchpoint ให้ราบรื่น ตั้งแต่การจัดเก็บข้อมูล แบ่งกลุ่มลูกค้า ทำ Automation ไปจนถึงการสื่อสารแบบเฉพาะบุคคล เพื่อให้ลูกค้ารู้สึกว่า “แบรนด์นี้ยังใส่ใจ และไม่ได้หายไปหลังจากฉันซื้อ” เพราะในระยะยาว แบรนด์ที่เติบโตได้จริง ไม่ใช่แค่แบรนด์ที่ขายเก่ง แต่คือแบรนด์ที่รักษาความสัมพันธ์กับลูกค้าได้ดีที่สุดต่างหาก✨